ฝายมีชีวิตคลองไชยมนตรีกับเทศบาลนครนครศรีธรรมราช

ตัวผมเองนั้นบ้านอยู่ไม้หลา อำเภอร่อนพิบูลย์ แต่อาชีพหลักของผมตั้งแต่ประมาณ ปี2527 คือไปบรรทุกน้ำแข็งจากโรงน้ำแข็งนันทผล ตรงข้ามร้านเด่นไทยอะไหล่ ผมเป็นคนนอกเมือง แต่เข้าในเมืองทุกวัน บางวันก็หลายรอบ

เรื่องที่ผมรู้บางอย่าง
ของคนในเมือง คือช่วงหน้าแล้งของบางปี โรงน้ำแข็งจะขาดแคลนน้ำเพื่อมาผลิตน้ำแข็ง จนต้องเจาะบ่อบาดาลเพื่อเอาน้ำมาผลิตน้ำแข็ง บางช่วงระยะเวลา ทางเทศบาลนครนครศรีฯ ต้องส่งน้ำมาให้ด้วยวิธีพิเศษ ซึงหมายถึงคนในเขตเทศบาลนครก็ต้องขาดแคลนน้ำประปาเช่นกัน

เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นเป็นปกติ ที่คนในเขตเทศบาลนครนครศรีฯ จะต้องเจอะเจอภาวะภัยแล้งเป็นบางช่วงเวลา และมีพี่ใหญ่ของผมท่านหนึ่งคือ พันโทสมบูรณ์ บุญรอด สมาชิกอาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่บ้านและชุมชน สังกัดเครือข่ายกรมประชาสัมพันธ์ จังหวัดนครศรีฯ ได้เล่าให้ฟังว่า ในช่วงที่น้ำประปาชาขาดแคลนนั้น ท่านได้สูบน้ำจากสระน้ำของท่านของท่านขึ้นมาใช้ โดยเอาน้ำหมักชีวภาพ ไปเติมในน้ำนั้นก็จะใสขึ้น พอให้แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำไปได้ในระดับหนึ่ง(อันนี้เป็นภาษาที่ผู้มีความเก่งกล้าชอบใช้)เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นมานานหลายสิบปีแล้วครับจนน่าจะเรียกได้ว่าแล้งซ้ำซาก

มาเมื่อปีกลาย ได้เกิดกรณีขัดแย้งกันขึ้น ระหว่างคนในเมืองกับคนไชยมนตรี ข้อขัดแย้งนั้นคือ คนในเมืองเชื่อว่าสาเหตุที่น้ำประปาขาดแคลนเป็นเพราะคนไชยมนตรีทำฝายมีชีวิตเก็บกักน้ำใช้ และไม่ปล่อยให้น้ำไหลลงสู่เมือง

จากเหตุผลที่ผมเล่าไว้เบื้องต้นว่า บางปีคนในเมืองขาดแคลนน้ำประปาช่วงหน้าแล้งมานานแล้ว และผมได้มาดูฝายมีชีวิตคลองไชยมนตรีด้วยตัวเอง ผมกล้ายืนยันว่ายังมีน้ำไหลผ่านฝายตลอดเวลา ผมยังนึกเลยว่า ถ้าเทศบาลนครนครศรีฯ ทำฝายแบบคนไชยมนตรี น้ำประปาไม่มีทางขาดแคลนแน่นอน

ทำไมผมเชื่อเช่นนั้น เพราะผมรู้มาจาก ดร.ปกรณ์ ดิฐกิจ อ.มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ผู้จบปริญญาเอกเกี่ยวกับเรื่องของน้ำ ท่านได้เคยบอกว่า ลุ่มน้ำคลองท่าดีซึ่งมีต้นน้ำจากอ.ลานสกา และต้องไหลผ่านตัวเมืองนครศรีฯนั้น มีน้ำท่า หมายถึงน้ำที่พวกเราเอามาใช้ได้ ปีหนึ่ง 701 ล้านคิว และตามหลักวิชาการนั้น คนในลุ่มน้ำทั้งหมด มีความต้องการใช้น้ำเพียง 114 ล้านคิวเท่านั้น แล้วน้ำที่เหลืออีก 587 ล้านคิวนั้นล่ะ หายไปไหน แล้วยังปล่อยให้คนในเมืองที่น้ำจำนวนมากนี้ไหลผ่านโดยเปล่าประโยชน์ แล้วยังมาตำหนิคนคลองไชยมนตรีที่เก็บกักน้ำไว้ในฝายมีชีวิต

"ท่านผู้รู้ในเมืองทั้งหลายครับ เพียงแต่ท่านช่วยให้คนในลุ่มน้ำท่าดีซึ่งเป็นคนต้นน้ำของท่าน ได้ช่วยกันสร้างฝายมีชีวิตประมาณสัก 20-30 ตัว โดยให้ชาวบ้านช่วยออกวัสดุพื้นบ้านและแรงงานซึ่งจะมีทหารมาช่วยด้วย ผมมั่นใจว่าจะใช้เงินไม่เกิน 15 ล้านบาท ท่านจะมีน้ำต้นทุนฝายละประมาณ 50,000 คิว รวมประมาณ 1,500,000 คิว ถ้ารวมทั้งปี ท่านจะมีน้ำไว้ใช้ในลุ่มน้ำคลองท่าดีถึง 547,500,000 คิว มากเกินกว่าความต้องการอีกเหลือเฟือเป็นเย็นถึง 400 ล้านกว่าคิว"

และคำยืนยันที่ชัดเจนอีกท่านหนึ่งคือคุณสัญชาย จากเทศบาลนครนครศรีฯ ได้แจ้งกับผมทางไลน์ว่า ท่านมั่นใจว่าฝายมีชีวิตคลองไชยมนตรี ได้ช่วยแก้ปัญหาน้ำให้ทางเทศบาลนครนครศรีฯได้จริง เมื่อตอนหน้าฝนฝายไชยมนตรีช่วยชะลอน้ำจากต้นน้ำไว้ ทำให้ท่านสามารถระบายน้ำจากในเมืองได้ทัน ทำให้น้ำไม่ท่วมเมืองนคร ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้น ทั้งราชการและเทศบาลประกาศให้ชาวเมืองนครเตรียมตัวรับภาวะน้ำท่วม ทั้งๆที่ อ.ลานสกา ฝนตกหนักมาก และในช่วงนี้เทศบาลยังพอมีน้ำดิบ เพื่อการผลิตน้ำประปาได้ ทั้งๆที่ปีก่อนๆ น้ำดิบจะไม่มีใช้สำหรับการผลิตน้ำประปาแล้ว

แต่ปัญหามีอยู่ตรงที่ว่า ท่านจะเชื่อคนที่เรียนจบแค่ มัธยมศึกษาตอนปลายสายอาชีพแผนกเกษตรกรรม จากวิทยาลัยเกษตรกรรมตรังและชาวฝายมีชีวิตทั้งหลายหรือไม่ เท่านั้น

ณัฐธนัน มีแก้ว ครูท้วม ไม้หลา 10 มีนาคม 2558 20.27 น.

ไม่มีความคิดเห็น:

Manager Online - Breaking News